จาก “จุดสูงสุด-สู่จุดต่ำสุด” ในชีวิตการค้าแข้ง ของ พญาวานร  “แกเรธ เบล”

   ในปี 2013 ข่าวในวงการฟุตบอลที่ใหญ่โตและดังมากที่สุด จนไม่มีใครที่จะไม่รู้จักนักฟุตบอลที่มีค่าตัวการย้ายสโมสรด้วยค่าตัว 85 ล้านปอนด์ แพงที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลก แซงหน้านักเตะอันดับ1ในเวลานั้นอย่าง “คริสเตียโน่ โรนัลโด้” นั้นคือ “แกเรธ เบล”

   พญาวานร นี่คือ ฉายาของปีกจอมถล่มประตูของสโมสร “ราชันชุดขาว เรอัลมาดริด” ซึ่งเขามีนามว่า “แกเรธ เบล” เบลได้กลายมาเป็นขวัญใจของทีมอย่างรวดเร็ว เพราะด้วยฟอร์มการเล่นที่ทุ่มเท ความเร็วที่จัดจ้าน ซึ่งในแมตช์ที่ทำให้แฟนชุดขาวต้องเทใจให้กับ “ปีกพญาวานร” นั้นก็คือเกมบอลถ้วยของสเปน ในรายการ “โคปาเดเร”  ที่ “เรอัล มาดริด” พบกับคู่ปรับตลอดกาล “บาเซโลน่า” โดยเกมนั้นเบลได้บอลจากครึ่งสนามแล้วกระชากหนีกองหลังของ “บาเซโลน่า”เข้าไปยิงประตูชัย 2ประตูต่อ 1 ให้ “มาดริด” คว้าถ้วยรายการนี่ไปครอง  เบลถูกยกย่องให้เป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก เมื่อหมดยุคของ โรนัลโด้และเมสซี่  นั้นคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดของปีกพญาวานรในอาชีพการค้าแข้ง

   แต่ล่าสุด “แกเรธ เบล” ผู้เล่นที่เคยถูกยกย่องให้เป็นนักเตะอันดับ 1 ของโลกถ้าไม่มี โด้และเมสซี่ กับต้องเจอกับอาการบาทเจ็บที่มาก่อกวนอยู่หลายครั้ง จนทำให้ฟอร์มการเล่น ไม่สามารถแย่งตำแหน่งตัวจริงในมาดริดได้  ทางสโมสรจึงต้องการที่จะขายเขาให้แกแมนยู แต่ด้วยใจนักสู้และความจงรักภัคดีต่อสโมสร ราชันชุดขาว “แกเรธ เบล” จึงปัดข้อเสนอที่ มาดริดมอบให้แก่แมนยู  ในวันสุดท้ายของตลาดนักเตะจะปิด จนทำให้ “เซนาดีน ซีดาน” ผู้จัดการทีม ราชันชุดขาว หัวร้อนขึ้นมาทันที และได้ประกาศผ่านสื่อว่า ในฤดูกาล 2017-2018  “แกเรธ เบล” จะเป็นได้แค่ตัวสำรองของเพื่อนร่วมทีมเท่านั้น

  โลกของฟุตบอลนี้มันมีทั้งดีและร้ายนะครับ คุณผู้อ่านคิดเหมือนผมไหม แล้วอนาคตของ ปีกพญาวานรผู้ภัคดีต่อสโมสรจะเป็นเช่นไรในอนาคต แต่ถึงอย่างไรผมก็ขอให้ผ่านเรื่องร้ายๆพวกนี้ไปได้นะครับ “แกเรธ เบล”

Share

Related posts: