เรื่องราวของการเมืองและศาสนาที่ทุกคนควรเรียนรู้

เรื่องของการเมืองและศาสนาถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่เราทุกคนควรศึกษาและเรียนรู้ไปกับสิ่งเหล่านี้ เพราะค่อนข้างจะเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเป็นอย่างมาก โดยมันอยู่คู่กับเรามาตั้งแต่เกิดจนมาถึงปัจจุบันและมีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตในทุก ๆ วันของพวกเราทุกคน การเรียนรู้เรื่องราวเหล่านี้จึงสามารถช่วยให้เราเข้าใจสิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้ดีขึ้น รวมไปถึงการศึกษาที่ไปที่มาก็อาจเป็นหัวข้อที่น่าสนใจจนเราอยากมาแนะนำให้แก่ผู้อ่าน หากท่านอยากเรียนและพร้อมที่จะเปิดใจรับข้อมูลใหม่ ๆ เราก็อยากจะมานำเสนอมุมมองต่าง ๆ ในเรื่องราวเหล่านี้ให้แก่ทุกท่านได้ทราบ

ว่าด้วยเรื่องการเมืองและศาสนาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน

เรื่องราวของการเมืองและศาสนาที่ทุกคนควรเรียนรู้

การเมืองและศาสนาสิ่งใดมาก่อนกัน วันนี้เราจะพาทุกท่านมาเปิดมุมมองใหม่ ๆ เกี่ยวกับเรื่องศาสนาและเรื่องการเมือง ศาสนาเป็นสิ่งที่เกิดคู่กันมาพร้อมกับการเมืองแต่อาจไม่ได้ให้เราทุกคนเห็นรูปธรรมเหมือนในยุคนี้ ที่มีทั้งสภา กฎหมายและตุลาการ แต่มันเป็นไปตามยุคสมัยและความรู้ของแต่ละยุค แต่สิ่งที่แน่นอนเลยก็คือ ในมุมมองของนักประวัติศาสตร์และนักสังคมวิทยาต่างให้ความเห็นกันว่า ต้นกำเนิดของศาสนาเกิดเพื่อสร้างอำนาจทางความเชื่อเพื่อใช้สำหรับการปกครอง แต่ในมุมมองของนักศาสนวิทยาก็จะมองในมุมต้นกำเนิดอันทรงอำนาจของพระเจ้าที่ได้ก่อตัวขึ้นก่อนระบบการปกครองของสังคม ทั้งนี้ก็อาจยังหาข้อสรุปที่ชัดเจนไม่ได้

อิทธิพลที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญในแต่ละช่วงเวลา

อิทธิพลที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญแต่ละช่วงเวลา แต่ละช่วงเวลาในทุกยุคสมัยทุกการปกครองมักมีเรื่องศาสนามาเกี่ยวข้องซึ่งในยุครุ่งเรืองของศาสนาต่าง ๆ ที่ทำให้มีอิทธิพลต่อการเมืองเราก็จะเห็นได้ตั้งแต่ ยุคโรมันที่กษัตริย์ได้มีการเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์ หรือ จะเป็นยุครุ่งเรืองของเยรูซาเร็มที่มีการเปลี่ยนแปลงสลับขั้วกันไปมาระหว่างศาสนาคริสต์นิกายโรมัน คาทอลิกและศาสนาอิสลาม หรือ จะเป็นช่วงที่ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากศาสนาพุทธ ในช่วงของการยุคชมพูทวีป ซึ่งหลาย ๆ ท่านจะเห็นว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงกับทุกที่ที่ศาสนาเข้ามามีบทบาท

การปรับตัวของโลกยุคใหม่ที่ผู้คนเริ่มแยกเรื่องความเชื่อออกจากการปกครอง

เวลาเดินไปข้างหน้าเสมอและทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา รวมถึงเรื่องความเชื่อด้านศาสนาที่ในยุคสมัยก่อนค่อนข้างที่จะมีอิทธิพลต่อการเมือง แต่ในยุคปัจจุบันกับมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย จนเราแทบจะไม่เห็นเรื่องราวเหล่านั้นอีกต่อไป การเมืองการปกครองกลายเป็นเรื่องปากท้องและความเป็นอยู่ กลับกันศาสนากลายเป็นแหล่งที่พึ่งพาทางใจมากขึ้นจนทำให้เราเห็นถึงการแยกตัวออกจากกันอย่างเห็นได้ชัด โดยศาสนามากมายในโลกใบนี้ก็ได้มีการปรับตัวให้เข้ากับโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงไปได้เป็นอย่างดีเช่นกัน

3 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ศาสนาอยู่คู่กับการเมืองมาอย่างยาวนาน

วันนี้เราจะมากล่าวถึงเรื่อง 3 ปัจจัยที่สำคัญเป็นอย่างมากที่ทำให้ศาสนาอยู่คู่กับการเมืองมาอย่างยาวนาน เป็นแนวคิดที่มีหลายคนยอมรับ แต่ก็ยังมีผู้คนที่ยังเห็นต่างเช่นกัน แต่ที่เราได้หยิบยกมาพูดถึงนี้เพื่อเป็นตัวอย่างในการเปิดมุมมองใหม่ ๆ ที่แตกต่างกันออกไป

  1. การสร้างกฎกติกาในการอยู่ร่วมกันในสังคม ในสมัยก่อนการที่จะทำให้ผู้คนอยู่ร่วมกันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก การใช้หลักการศาสนาและความเชื่อแบบเดียวกันจึงทำให้สังคมอยู่ด้วยกันได้ง่าย
  2. การพัฒนาของสังคมที่มีความสอดคล้องและไปในทิศทางเดียวกัน หากเราไร้ความเชื่อก็อาจไปในทิศทางเดียวกันได้ยาก ศาสนาจึงเป็นสิ่งที่จะมานำพาผู้คนเดินทางไปในทิศทางเดียวกันได้ดี
  3. การสร้างวัฒนธรรมให้แก่แต่ละสังคม หากสังเกตว่าในแต่ละเมืองจะมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไป เนื่องจากศาสนาและความเชื่อที่ต่างกันออกไป วัฒนธรรมจึงเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ศาสนาเติบโตขึ้นพร้อมกับการเมือง

การเมืองและศาสนาสิ่งสำคัญที่อยู่รอบตัวเราทุกเวลา

วันนี้เราได้มีการกล่าวในเรื่องของศาสนาและการเมือง เนื่องจากเรามองว่าสองสิ่งนี้มีเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญที่อยู่คู่กับการเติบโตของเราทุกคน หากอยากเข้าใจว่าเรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร เราก็ควรที่จะเข้าใจต้นแบบของสังคมของเราและรากฐานของสังคม ซึ่งก็พูดได้เลยว่า “การเมืองและศาสนา” เป็นสิ่งที่สร้างความเปลี่ยนแปลงมากมายให้กับทุกยุคทุกสมัย

Comments are closed.